Generative AI
1
นาที อ่าน
March 14, 2024

วิธีใช้ Generative AI ตัวช่วยงานออฟฟิศ ธุรกิจไหลลื่น

ใช้ Generative AI ให้คุ้นเคยเข้าไว้ เพื่อประสิทธิภาพในการทำงานที่ดีกว่าเดิม

ตัวช่วยงาน สอนใช้ Generative AI
วิธีใช้ Generative AI ตัวช่วยงานออฟฟิศ ธุรกิจไหลลื่น

Generative AI เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่ล้ำยุคและพลิกโฉมโลก AI ในช่วงสองปีที่ผ่านมา ที่สำคัญคือเครื่องมือเหล่านี้เป็นมิตรต่อชาวออฟฟิศด้วย

จากผลสำรวจของ Forbes Advisors พบว่าประมาณครึ่งหนึ่ง (46%) ของเจ้าของกิจการ 600 คนที่กำลังใช้หรือวางแผนที่จะใช้ AI ในธุรกิจมีการนำ AI มาใช้ในการสื่อสารภายในองค์กร

ซึ่งรวมไปถึงอีเมลอัตโนมัติ การตรวจการสะกดคำ การจัดตารางงาน และการสร้างไสลด์นำเสนองาน บางส่วนอาจยังต้องตรวจสอบเพิ่มเติมและคำนึงถึงการใช้งานที่เหมาะสม

ดังนั้น เมื่อลูกทีมเข้าใจว่า Generative AI เป็นตัวช่วยมากกว่าภัยคุกคามอาชีพของพวกเขา ทุกคนจะทำงานตามเป้าหมายเพื่อความสำเร็จของบริษัทได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

เรามาเริ่มต้นด้วยคำจำกัดความให้เข้าใจง่าย ๆ กันก่อนดีกว่า

Generative AI คืออะไร?

Generative AI หรือ Generative Artificial Intelligence คือเทคโนโลยีประเภทหนึ่งที่สามารถสร้างเนื้อหาใหม่ เช่น ภาพ ข้อความ หรือเพลง โดยอิงตามรูปแบบที่เรียนรู้มาจากฐานข้อมูลที่มีอยู่แล้ว แทนที่จะตอบสนองด้วยเนื้อหาที่เขียนไว้ล่วงหน้า

ในปัจจุบันมีกลุ่มนักพัฒนาที่สร้างเทคโนโลยีดังกล่าว เช่น ChatGPT, Gemini, Microsoft Copilot ซึ่งมีระบบ Large Language Model (LLM) ของตนเอง เป็นชนิดของ AI ที่ถูกฝึกและออกแบบด้วยข้อมูลจำนวนมากเพื่อเข้าใจและสร้างภาษาที่คล้ายกับมนุษย์ ให้ระบบตีความ วิเคราะห์ และตอบคำถามอย่างเป็นเหตุเป็นผลกัน

เป็นระบบที่ทำให้การสื่อสารและการดำเนินงานลื่นไหลผ่านการสื่อสารเสมือนคนจริง

ซึ่งเป็นอินเตอร์เฟสเดียวกับแชทบอทหรือหน้าตาแชทข้อความที่คุยกับเพื่อนและครอบครัวในชีวิตประจำวันนั่นเอง

เพียงแค่คุณกำลังสนทนากับ Generative AI ที่ถูกตั้งค่าให้มีลักษณะเหมาะสมต่อบุคคลนั้นๆ

รวมไปถึง AI ที่มาในรูปแบบของฟีเจอร์เพิ่มเติมบนแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ

ลูกทีมได้ประโยชน์อะไรจากการใช้ Generative AI?

ประสิทธิภาพการทำงานที่สูงขึ้น

Generative AI สามารถทำงานแบบอัตโนมัติ ซึ่งช่วยให้ลูกทีมมีเวลาว่างไปทำงานที่สำคัญและเร่งด่วนกว่า

ตัวอย่างแพลตฟอร์มที่แนะนำ: ClickUp, HubSpot, Gather

ตัดสินใจรวดเร็วและสม่ำเสมอ

การที่ Generative AI ให้ข้อมูลจากฐานข้อมูลและคาดการณ์จากระบบวิเคราะห์ช่วยให้ลูกทีมสามารถตัดสินใจได้รวดเร็วและแม่นยำ 

ตัวอย่างแพลตฟอร์มที่แนะนำ: Tableau, Mailchimp

สร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า

Generative AI ให้คำแนะนำที่เหมาะสมกับพนักงานฝ่ายขายตามเคส  เพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าตามความข้อเรียกร้องและข้อคำถาม

ตัวอย่างแพลตฟอร์มที่แนะนำ: Enterprise AI Agent

แคมเปญการตลาดที่สร้างสรรค์

ให้ Generative AI นำเสนอปรับแคมเปญโฆษณาให้เหมาะสมและสร้างเนื้อหาให้โดนใจกลุ่มลูกค้านั้นๆ

ตัวอย่างแพลตฟอร์มที่แนะนำ: Jasper, Grammarly, Canva

การวัดค่าความสำเร็จและ ROI

และสิ่งสุดท้ายที่สำคัญไม่แพ้กันคือ การกำหนดดัชนีชี้วัดผลงาน (KPIs) และการนำเสนอกลยุทธ์การพัฒนาที่ต่อเนื่องเป็นสิ่งสำคัญในการวัดค่าความสำเร็จและผลตอบแทนจากการใช้ Generative AI 

ตัวอย่างแพลตฟอร์มที่แนะนำ: ClickUp, Tableau

Generative AI แบบไหนที่ใช่

การเลือก Generative AI ที่เหมาะสมต้องสัมพันธ์กับเป้าหมายธุรกิจ ความต้องการและวิธีการที่เป็นที่ยอมรับของบริษัท การประเมินและพิจารณาปัจจัยอย่างละเอียด เช่น ความยืดหยุ่นและข้อจำกัดความสามารถในการขยายธุรกิจ ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในกระบวนการการตัดสินใจ

ในฐานะคนที่เคยใช้เทคโนโลยีนี้ช่วงกำลังศึกษามหาวิทยาลัยอยู่หรือแม้กระทั่งในปัจจุบัน เครื่องมือเหล่านี้ได้เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน การจัดการเวลาในชีวิตและให้ผลลัพธ์ที่ดีมาก ชีวิตง่ายขึ้นเยอะ

การเตรียมความพร้อมให้ลูกทีมด้วย Generative AI อย่างเป็นระบบไม่ใช่แค่การใช้เทคโนโลยีใหม่ตามเทรนด์เท่านั้น แต่เป็นเรื่องของการยอมรับแนวคิดการทำงานใหม่ นวัตกรรมใหม่

เมื่อลูกทีมได้ศึกษาข้อมูลและเรียนรู้วิธีการใช้งานแล้ว ก็จะเป็นผลดีต่อบริษัทและบรรลุเป้าหมายธุรกิจไปด้วยกัน