Industry

เกาหลีใต้กับพิธีบวช "พระหุ่นยนต์" จากวัดโชเกซา

พระหุ่นยนต์ในเทศกาลโคมไฟที่วัดโชเกซา ประเทศเกาหลีใต้

เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 2026 ที่ผ่านมา โลกออนไลน์ต่างให้ความสนใจกับข่าว необыใหม่จากประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวัดโชเกซา (Jogyesa Temple) ในกรุงโซล ได้จัดพิธีอุปสมบทให้กับ “กาบี” (Gabi) หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ จนกลายเป็นพระหุ่นยนต์รูปแรกของนิกายโจกเย นิกายพุทธศาสนาที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้

ข่าวนี้กลายเป็นไวรัลอย่างรวดเร็ว เพราะไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่ยังเกี่ยวข้องกับ “ศาสนา” และ “ความเชื่อ” ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อนสำหรับคนจำนวนมาก หลายคนมองว่านี่คือก้าวใหม่ของโลกยุค AI ขณะที่อีกหลายคนตั้งคำถามว่า หุ่นยนต์สามารถเข้าถึงแก่นแท้ของศาสนาได้จริงหรือไม่

พระหุ่นยนต์ “กาบี” คือใคร?

กาบีเป็นหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์รุ่น G1 จากบริษัท Unitree Robotics มีความสูงประมาณ 130 เซนติเมตร ถูกออกแบบให้สามารถเคลื่อนไหว เดิน และโต้ตอบกับมนุษย์ได้ในระดับหนึ่ง

ในพิธีอุปสมบท หุ่นยนต์กาบีได้รับการห่มจีวรสีเทาน้ำตาลและเหลืองส้ม พร้อมคล้องลูกประคำ 108 เม็ด รวมถึงได้รับใบประกาศนียบัตรทางธรรมเหมือนพระทั่วไป

ชื่อ “กาบี” ยังมีความหมายเชิงพุทธศาสนาด้วย โดยแปลว่า “ความเมตตาของพระพุทธเจ้า”

สิ่งที่สร้างความสนใจอย่างมาก คือการที่วัดได้ออก “ศีล 5 ฉบับหุ่นยนต์” ให้กับพระกาบีโดยเฉพาะ เช่น

  • ห้ามทำอันตรายต่อมนุษย์
  • ห้ามใช้ข้อมูลในทางผิด
  • ห้ามใช้พลังงานสิ้นเปลืองเกินจำเป็น
  • ห้ามชาร์จไฟเกินขนาด (Overcharge)

รายละเอียดเหล่านี้ทำให้หลายคนมองว่า พิธีดังกล่าวไม่ใช่เพียงการแสดงโชว์ทางเทคโนโลยี แต่เป็นความพยายามเชื่อมโลกดิจิทัลเข้ากับแนวคิดทางศาสนาอย่างจริงจัง

ทำไมวัดในเกาหลีถึงเลือกใช้หุ่นยนต์?

เบื้องหลังของโปรเจกต์นี้ มาจากปัญหาที่วัดและวงการพุทธศาสนาในเกาหลีใต้กำลังเผชิญอยู่

ปัจจุบันจำนวนผู้เข้าวัดและพระบวชใหม่ลดลงต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ใช้ชีวิตอยู่กับเทคโนโลยีและโลกออนไลน์มากขึ้น วัดโชเกซาจึงต้องการสร้างแนวทางใหม่ในการดึงดูดความสนใจ และทำให้ศาสนาดูเข้าถึงง่ายขึ้นสำหรับคนยุคดิจิทัล

การใช้หุ่นยนต์จึงกลายเป็น “สะพาน” ที่ช่วยให้คนรุ่นใหม่หันกลับมาสนใจวัดและกิจกรรมทางศาสนาอีกครั้ง

จากพิธีบวชสู่เทศกาลโคมไฟระดับประเทศ

หลังเสร็จพิธีอุปสมบท พระหุ่นยนต์กาบีและหุ่นยนต์ตัวอื่นๆ ยังได้ร่วมเดินในขบวนแห่เทศกาลโคมไฟดอกบัว (Lotus Lantern Festival) เนื่องในวันวิสาขบูชา ซึ่งเป็นหนึ่งในเทศกาลสำคัญของเกาหลีใต้

ภายในงาน มีประชาชนหลายหมื่นคนออกมาร่วมชมขบวนในกรุงโซล ท่ามกลางบรรยากาศที่ผสมผสานทั้งวัฒนธรรมดั้งเดิมและเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้าด้วยกันอย่างแปลกตา

ภาพของพระหุ่นยนต์เดินอยู่ท่ามกลางโคมไฟและผู้คนจำนวนมาก กลายเป็นภาพที่ถูกแชร์ไปทั่วโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว

AI กำลังเข้ามาในพื้นที่ของ “จิตใจ” มากขึ้น

ที่ผ่านมา AI มักถูกใช้ในธุรกิจ การแพทย์ หรือการบริการลูกค้า แต่วันนี้หลายประเทศเริ่มทดลองนำ AI เข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องจิตใจ ความเชื่อ และศาสนามากขึ้น

ตัวอย่างที่เริ่มเห็นได้ชัด เช่น

  • AI ตอบคำถามธรรมะ
  • หุ่นยนต์นำสวดมนต์
  • ระบบ AI ให้คำปรึกษาด้านจิตใจ
  • วัดเสมือนจริงในโลก VR
  • Virtual monk หรือพระเสมือนในโลกดิจิทัล

เกาหลีใต้จึงไม่ใช่ประเทศแรกที่ทดลองเรื่องนี้ แต่ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่ผลักดันแนวคิดดังกล่าวอย่างจริงจังและได้รับความสนใจระดับโลก

สุดท้ายแล้ว หุ่นยนต์แทน “ศรัทธา” ได้หรือไม่?

แม้เทคโนโลยีจะพัฒนาไปไกล แต่คำถามสำคัญที่หลายคนยังถกเถียงกันคือ AI สามารถเข้าใจ “ความทุกข์” หรือ “จิตใจมนุษย์” ได้จริงหรือไม่

เพราะสำหรับหลายคน ศาสนาไม่ได้มีเพียงพิธีกรรมหรือคำสอน แต่ยังเกี่ยวข้องกับประสบการณ์ชีวิต ความเมตตา และการเข้าใจมนุษย์อย่างลึกซึ้ง ซึ่งอาจเป็นสิ่งที่เครื่องจักรยังไม่สามารถทดแทนได้ทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม ข่าวการบวชพระหุ่นยนต์ในเกาหลีใต้ก็สะท้อนให้เห็นว่า โลกกำลังเข้าสู่ยุคที่เทคโนโลยีไม่ได้อยู่แค่ในชีวิตประจำวันอีกต่อไป แต่เริ่มเข้ามาอยู่ในพื้นที่ของ “ศรัทธา” และ “จิตวิญญาณ” มากขึ้นเรื่อยๆ

และบางที คำถามสำคัญที่สุดอาจไม่ใช่ “หุ่นยนต์บวชได้ไหม” แต่คือ “มนุษย์จะใช้เทคโนโลยีอย่างไร โดยยังรักษาความหมายของความเป็นมนุษย์เอาไว้ได้ต่างหาก”

ทาง Amity Solutions เรามีบริการ AI solutions ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานให้กับองค์กร ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของเราได้ที่นี่